หญ้าอ่อนกับหญ้าแก่ แบบไหนกำจัดด้วยยาฆ่าหญ้าดูดซึมง่ายกว่า

หญ้าอ่อนกับหญ้าแก่ แบบไหนกำจัดด้วยยาฆ่าหญ้าดูดซึมง่ายกว่า

ทำไมเราจึงควรรีบกำจัดหญ้าอ่อนด้วยยาฆ่าหญ้าดูดซึมก่อนที่มันจะเจริญเติบโต

การกำจัดวัชพืชด้วย ยาฆ่าหญ้าแบบดูดซึม หรือ สารกำจัดวัชพืชประเภทที่สามารถเข้าไปในต้นแล้วเคลื่อนย้ายไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช เป็นวิธีที่เกษตรกร และ ผู้ดูแลพื้นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่คำถามที่มักเกิดขึ้นเสมอคือ ระหว่างหญ้าอ่อนกับหญ้าแก่ แบบไหนดูดซึมยาได้ดีกว่ากัน? คำตอบในภาพรวมคือ หญ้าอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง มักควบคุมได้ง่าย และ ตอบสนองต่อสารกำจัดวัชพืชหลังงอกแบบดูดซึมได้ดีกว่าหญ้าที่โตเต็มที่ หรือ แก่จัด แต่ไม่ได้หมายความว่าอายุของหญ้าเป็นปัจจัยเดียวที่กำหนดประสิทธิภาพ ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายตั้งแต่หลักการดูดซึมของยาฆ่าหญ้าแบบดูดซึม ไปจนถึงวิธีแยกหญ้าอ่อนกับหญ้าแก่ และ เหตุผลว่าทำไมการจัดการวัชพืชตั้งแต่ยังเล็กจึงมักได้เปรียบกว่า 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ "ยาฆ่าหญ้าประเภทดูดซึม"

ก่อนจะเปรียบเทียบระหว่างหญ้าอ่อน และ หญ้าแก่ เราจำเป็นต้องเข้าใจหลักการทำงานของยาฆ่าหญ้าประเภทดูดซึมเสียก่อนว่าแตกต่างจากสารกำจัดวัชพืชประเภทอื่นๆอย่างไร

ความแตกต่างระหว่าง ยาฆ่าหญ้าแบบดูดซึม VS ยาฆ่าหญ้าแบบเผาไหม้ 

1. ยาฆ่าหญ้าประเภทเผาไหม้ : ทำงานโดยการสัมผัสโดนส่วนไหนของพืช ส่วนนั้นจะเกิดอาการไหม้ เหี่ยว และ แห้งตายอย่างรวดเร็ว (มักเห็นผลภายใน 1-3 วัน) แต่สารเคมีจะไม่เคลื่อนย้ายไปยังส่วนอื่น เหมาะสำหรับกำจัดหญ้าต้นเล็กๆ หรือ หญ้าฤดูเดียว แต่หากนำไปใช้กับหญ้าที่มีระบบรากสะสมอาหารหรือ หัวใต้ดิน เช่น หญ้าคา หญ้าแห้วหมู ไม่นานหญ้าเหล่านั้นก็จะแตกยอดใหม่ขึ้นมาอีก

2. ยาฆ่าหญ้าประเภทดูดซึม : เมื่อฉีดพ่นลงบนส่วนใบ หรือ ลำต้น สารเคมีจะแทรกซึมผ่านชั้นปากใบ และ ปากผิวใบ เข้าสู่ระบบท่อลำเลียงอาหาร และ ท่อลำเลียงน้ำจากนั้นสารเคมีจะเคลื่อนย้าย ไปทั่วทุกส่วนของพืช ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อเจริญ ยอดอ่อน และ ที่สำคัญที่สุดคือ "ระบบราก หัว หรือ เหง้าที่อยู่ใต้ดิน" ทำให้พืชค่อยๆ ตายจากภายในอย่างสมบูรณ์

หญ้าอ่อน vs หญ้าแก่ แบบไหนกำจัดด้วยยาดูดซึมได้ง่ายกว่า?

หากตอบตามหลัก วิทยาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และ สรีรวิทยาของพืช คำตอบที่ถูกต้อง และ ชัดเจนที่สุดคือ "หญ้าอ่อน กำจัดได้ง่ายกว่า หายขาดกว่า และ ใช้ปริมาณยาน้อยกว่าหญ้าแก่"

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? แม้เกษตรกรหลายท่านจะรู้สึกว่าหญ้าแก่ต้นใหญ่ น่าจะรับน้ำยาได้เยอะกว่า แต่ในความเป็นจริง กลไกภายในของหญ้าอ่อนเปิดรับ และ เคลื่อนย้ายสารเคมีประเภทดูดซึมได้ดีกว่าหญ้าแก่หลายเท่า 

เจาะลึก 5 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์: ทำไมหญ้าอ่อนจึงถูกกำจัดด้วยยาดูดซึมได้ง่ายกว่า 

1. ความหนาแน่นของชั้นไข และ สารคิวติน 

  • หญ้าแก่: เมื่อพืชมีอายุมากขึ้น ผิวนอกของใบจะสร้างชั้นสารคิวติน และ ชั้นไข ห่อหุ้มไว้หนาแน่นขึ้น เพื่อลดการสูญเสียน้ำ และ ปกป้องตัวเองจากสภาพแวดล้อม ชั้นไขหนาๆ นี้ทำหน้าที่เหมือน "เกราะกันน้ำ" สารละลายเคมีที่ฉีดพ่นลงไปมักจะเกาะเป็นหยดน้ำ และ ไหลร่วงตกพื้น ไม่สามารถซึมผ่านใบเข้าสู่ภายในได้ดีเท่าที่ควร
  • หญ้าอ่อน: ใบของหญ้าอ่อนยังมีชั้นคิวติน และ ขุยไขที่บาง ละอองยาฆ่าหญ้าที่พ่นลงไปจึงสามารถสัมผัส แทรกซึม และ เกาะติดผิวใบได้ดีกว่า ทำให้ตัวยาซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้ทันที

2. อัตราการเมตาบอลิซึม และ การไหลเวียนในท่อลำเลียง 

สารกำจัดวัชพืชประเภทดูดซึมจำต้องใช้น้ำ และ น้ำตาลในกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อการเคลื่อนย้ายตัวยา

  • หญ้าอ่อน: อยู่ในช่วงกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีอัตราการสังเคราะห์แสง การหายใจ และ การลำเลียงสารอาหารผ่านท่อลำเลียงอาหารสูงมาก เมื่อยาสูบซึมเข้าใบ ยาจะถูกลำเลียงดิ่งตรงไปยังจุดเจริญ  และ ระบบรากได้อย่างรวดเร็ว และ เข้มข้น
  • หญ้าแก่: ระบบเมตาบอลิซึมเริ่มชะลอตัว การไหลเวียนในท่อลำเลียงช้าลง สารเคมีที่ซึมเข้าไปจึงเคลื่อนย้ายได้ช้า ติดค้างอยู่แค่บริเวณใบ หรือ ไปไม่ถึงระบบราก ทำให้รากไม่ตาย และ สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อีกครั้ง

3. ขนาด และ ปริมาณของระบบราก/สะสมอาหาร

  • หญ้าแก่: มีระบบราก เหง้า หรือ หัวใต้ดินขนาดใหญ่มาก มีสารอาหารสำรองเก็บไว้ปริมาณมหาศาล หากสารเคมีดูดซึมเข้าไปในปริมาณที่ไม่เข้มข้นพอ (เนื่องจากซึมผ่านใบได้น้อย) สารเคมีนั้นจะถูกเจือจางในระบบราก ทำให้ทำลายรากได้ไม่หมด และ หญ้าจะสามารถสร้างยอดยืดขึ้นมาใหม่ได้
  • หญ้าอ่อน: รากยังตื้น ระบบสะสมอาหารใต้ดินยังมีน้อย เมื่อยาดูดซึมเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็เกินพอที่จะทำลายระบบรากทั้งหมดได้อย่างเด็ดขาด

4. การเปิด-ปิดของปากใบ

  • หญ้าอ่อน: มีการแลกเปลี่ยนก๊าซ และ คายน้ำสูง ปากใบเปิดกว้างเป็นปกติ เพิ่มช่องทางให้สารเคมีเหลวซึมผ่านเข้าสู่ภายในใบพืชได้ง่ายขึ้น
  • หญ้าแก่: มักจะมีใบที่แห้ง ก้านแข็ง ปากใบปิดง่ายเมื่อเจอความร้อน หรือ สภาวะเครียด ส่งผลให้สารเคมีเข้าสู่ตัวพืชได้ยากขึ้น

5. ปริมาณการใช้ยา และ ความคุ้มค่า 

การฆ่าหญ้าอ่อนใช้ปริมาณยาเคมีตามอัตราแนะนำปกติก็เห็นผล 100% แต่ในการกำจัดหญ้าแก่ เกษตรกรมักต้อง "เพิ่มความเข้มข้นของยา" หรือ ฉีดซ้ำหลายรอบ ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่ายา เพิ่มภาระสารเคมีตกค้างในดิน และ เสี่ยงต่อการทำให้พืชประธานได้รับอันตรายจากสารเคมีอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าการกำจัดวัชพืชด้วยยาฆ่าหญ้าประเภทดูดซึมให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด ประหยัดเงิน และปลอดภัยต่อระบบนิเวศ หัวใจสำคัญที่สุดคือ "การบริหารจัดการเรื่องเวลา" ดังนั้น หมั่นตรวจแปลงเกษตรของคุณอยู่เสมอ เมื่อเห็นหญ้าเริ่มงอกเป็นใบอ่อนขึ้นมา ให้รีบจัดการด้วยยาดูดซึมในปริมาณที่พอเหมาะทันที ดีกว่าปล่อยให้หญ้าเติบโตเป็นกอแก่แล้วค่อยมาตามแก้ปัญหาในภายหลัง! แต่ถ้ากำลังหาผลิตภัณฑ์ฆ่าหญ้าที่มีประสิทธิภาพเราขอแนะนำ บริษัท เคมแฟค จำกัด ซึ่งมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เคมีเกษตร และ ยากำจัดวัชพืช อาทิ ยาป้องกัน หรือ กำจัดเชื้อโรคต่างๆในพืช เช่น ราแป้ง ราน้ำค้าง ทุเรียนใบไหม้ โรคแคงเกอร์ อีกทั้งยังมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเพลี้ย ยาฆ่าหนอนกระทู้ข้าวโพด ยาคุมหญ้าในนาข้าว ยาฆ่าหญ้า และ ยาฆ่าหญ้าในนาข้าว ที่มีคุณภาพที่ผ่านมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO/IEC 17025 รายแรกของไทย จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เคมีของเราสามารถป้องกันกำจัดแมลง โรคพืช วัชพืช ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถาม
บริษัท เคมแฟค จำกัด
990 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 2
ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10280
โทร. 02-709-2597-8 แฟกซ์: 02-709-6784

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้