วงจรชีวิตของเพลี้ยไฟ และ ช่วงที่กำจัดได้ง่ายที่สุด

วงจรชีวิตของเพลี้ยไฟ และ ช่วงที่กำจัดได้ง่ายที่สุด

แนะนำ 6 วงจรชีวิตของเพลี้ยไฟเพื่อให้รู้ช่วงเวลาที่กำจัดได้เหมาะสม

เพลี้ยไฟ (Thrips) เป็นหนึ่งในศัตรูพืชขนาดเล็กที่สร้างความเสียหายให้กับพืชเศรษฐกิจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะม่วง พริก แตงโม หอมแดง กล้วยไม้ กุหลาบ รวมถึงผัก และ ไม้ดอกอีกหลากหลายชนิด แม้จะมีขนาดตัวเพียง 12 มิลลิเมตร แต่สามารถทำลายผลผลิตได้อย่างรุนแรง ทั้งจากการดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ใบอ่อน และ ยอดอ่อนหงิกงอ ดอกร่วง ผลมีตำหนิ และ ยังเป็นพาหะนำโรคไวรัสในพืชบางชนิดอีกด้วย โดยสิ่งที่ทำให้การจัดการเพลี้ยไฟเป็นเรื่องท้าทาย คือ วงจรชีวิตที่สั้น ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และ มีการหลบซ่อนตามยอดอ่อน ดอก หรือ ใต้ใบ ทำให้เกษตรกรจำนวนไม่น้อยพบว่าการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงเพียงครั้งเดียวไม่สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวงจรชีวิตของเพลี้ยไฟแต่ละระยะ วิธีสังเกตอาการในแปลงปลูก และ ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการกำจัด เพื่อช่วยให้สามารถจัดการใช้ยาฆ่าเพลี้ยไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ยั่งยืน


ทำความรู้จักกับ เพลี้ยไฟ : ศัตรูพืชจิ๋วแต่ทรงพลัง

เพลี้ยไฟจัดอยู่ในอันดับ Thysanoptera (มาจากภาษากรีก แปลว่า "ปีกที่เป็นพู่หรือขนครุย") ลักษณะเด่นของแมลงในอันดับนี้คือ มีปีกที่เรียวยาว และ มีขนครุยยาวตามขอบปีก ลำตัวมีลักษณะเรียวยาว ทรงกระบอก หรือ แบนเล็กน้อย มีสีสันแตกต่างกันไปตามชนิด และ อายุ ตั้งแต่สีเหลืองนวล สีส้ม สีน้ำตาล ไปจนถึงสีดำเข้ม

เพลี้ยไฟมีส่วนปากที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกว่า ปากแบบเขี่ยดูด ซึ่งประกอบด้วยกรามด้านซ้ายที่พัฒนาจนมีลักษณะคล้ายเข็มแหลม (ขณะที่กรามขวาจะลดรูปหายไป) ใช้สำหรับเขี่ย ไช หรือ เจาะผิวเซลล์พืชให้แตกออก จากนั้นจะใช้ส่วนปากที่เหลือดูดกินน้ำเลี้ยงที่ไหลออกมาจากเซลล์พืชที่เสียหายนั้น


เจาะลึก วงจรชีวิตของเพลี้ยไฟ

วงจรชีวิตของเพลี้ยไฟโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 5 ระยะหลัก (หรือ 6 ระยะในบางตระกูลย่อย) ดังนี้

ระยะที่ 1: ระยะไข่

หลังจากผสมพันธุ์ (หรือ ในบางกรณีเพลี้ยไฟสามารถขยายพันธุ์ได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ เรียกว่า Parthenogenesis ซึ่งจะได้ลูกเป็นเพศผู้) ตัวเต็มวัยเพศเมียจะใช้อวัยวะวางไข่ที่มีลักษณะคล้ายเลื่อย กรีดผิวเนื้อเยื่อพืชที่เป็นส่วนอ่อน เช่น ใบอ่อน ตาดอก กลีบดอก หรือ ก้านใบ แล้วฝังไข่ลงไปใต้ผิวพืชโดยตรง

  • ระยะเวลา: อยู่ในช่วง 3 7 วัน (ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น หากอุณหภูมิสูงประมาณ 3035°C ไข่จะฟักตัวเร็วขึ้นภายใน 2-3 วัน)


ระยะที่ 2: ระยะตัวอ่อนวัยที่ 1

เมื่อไข่ฟักตัว ตัวอ่อนวัยที่ 1 จะไชออกจากผิวพืชขึ้นมาอยู่บนพื้นผิวใบ หรือ ดอกทันที

  • ลักษณะทางกายภาพ: มีลำตัวเรียวยาว สีขาวใส หรือ เหลืองซีด ตาข่ายสีแดง ไม่มีปีก ขนาดตัวเล็กมากจนแทบสังเกตไม่เห็น
  • ระยะเวลา: ประมาณ 1 3 วัน
  • พฤติกรรม และ ความเป็นอยู่: ทันทีที่ฟักออกมา ตัวอ่อนวัยนี้จะเริ่มค้นหาบริเวณที่เนื้อเยื่ออ่อนนุ่ม และ เริ่มใช้ปากเขี่ยดูดน้ำเลี้ยงทันที ตัวอ่อนวัยนี้ยังเคลื่อนไหวช้า และ มักจะรวมกลุ่มกันอยู่ใกล้กับบริเวณที่มันฟักออกมา


ระยะที่ 3: ระยะตัวอ่อนวัยที่ 2

หลังจากกินอาหารจนพลังงานเต็มที่ ตัวอ่อนวัยที่ 1 จะลอกคราบเข้าสู่ระยะตัวอ่อนวัยที่ 2

  • ลักษณะทางกายภาพ: ลำตัวขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีเริ่มเข้มขึ้น (มักเป็นสีเหลืองเข้ม สีส้ม หรือ สีน้ำตาลอ่อน ขึ้นอยู่กับชนิด และ อาหารที่กิน) ยังคงไม่มีปีก แต่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้นกว่าวัยแรก
  • ระยะเวลา: ประมาณ 3 5 วัน


ระยะที่ 4: ระยะก่อนดักแด้

เมื่อตัวอ่อนวัยที่ 2 สะสมสารอาหารจนเพียงพอแล้ว พฤติกรรมของมันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันจะหยุดกินอาหาร และ เริ่มกระบวนการที่เรียกว่า "การทิ้งตัวลงดิน" ตัวอ่อนจะคลานลงมาตามกิ่งก้าน หรือปล่อยตัวให้ร่วงหล่นจากต้นพืชลงสู่พื้นดินด้านล่าง เพื่อหาเศษใบไม้แห้ง ซากพืช ซอกดิน หรือ รอยแตกของผิวดินในการซ่อนตัว (เพลี้ยไฟบางชนิดอาจซ่อนตัวตามซอกมุมอับในส่วนล่างของต้นพืช เช่น โคนกาบใบ หรือ ซอกดอก แต่ส่วนใหญ่จะลงดิน)

  • ระยะเวลา: สั้นมาก ประมาณ 1 2 วัน


ระยะที่ 5: ระยะดักแด้ (Pupa Stage)

เป็นระยะต่อเนื่องจากก่อนดักแด้ โดยจะลอกคราบอีกครั้งในซอกดิน หรือ เศษซากพืชนั้น

  • ลักษณะทางกายภาพ: มีปุ่มปีกยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างปีกเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หนวดจะถูกพับกลับไปอยู่ด้านบนของหัว ลำตัวนิ่งสนิท
  • ระยะเวลา: ประมาณ 2 4 วัน


ระยะที่ 6: ระยะตัวเต็มวัย

เมื่อกระบวนการดักแด้เสร็จสิ้น เพลี้ยไฟจะลอกคราบครั้งสุดท้ายกลายเป็นตัวเต็มวัยที่มีปีกสมบูรณ์ และจะคลาน หรือ บินกลับขึ้นสู่ต้นพืชเพื่อเริ่มต้นวงจรชีวิตใหม่อีกครั้ง

  • ลักษณะทางกายภาพ: มีปีกยาวเป็นพู่ขนนกชัดเจน ลำตัวมีสีเข้มเต็มที่ตามสายพันธุ์ (เช่น ดำ น้ำตาลเข้ม หรือ เหลืองเข้ม) มีอวัยวะสืบพันธุ์ที่พร้อมทำงาน
  • ระยะเวลา / อายุขัย: ตัวเต็มวัยมีอายุขัยประมาณ 15 30 วัน หรือ อาจยาวนานกว่านั้นในสภาพอากาศเย็น


ถอดรหัส: ช่วงเวลาที่ "กำจัดได้ง่ายที่สุด" และ "จุดอ่อน" ในวงจรชีวิต

จากการวิเคราะห์วงจรชีวิตทั้ง 5-6 ระยะข้างต้น เราจะพบว่าเพลี้ยไฟไม่ได้แข็งแกร่งตลอดเวลา แต่มี "ช่องว่าง และ จุดอ่อน" ที่เกษตรกรสามารถฉวยโอกาสโจมตีเพื่อทำลายล้างประชากรของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งช่วงเวลาที่กำจัดเพลี้ยไฟได้ง่ายที่สุด มีอยู่ 2 ช่วงเวลาสำคัญ ดังนี้

ช่วงที่ 1: ระยะตัวอ่อนวัยที่ 1 "จุดอ่อนทางกายภาพ"

นี่คือช่วงเวลาบนต้นพืชที่เพลี้ยไฟอ่อนแอที่สุดด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  1. ผิวหนังยังบาง และ อ่อนนุ่มมาก: ตัวอ่อนที่เพิ่งฟักออกมาจากไข่ยังไม่มีสารไคติน หนาตัวเพื่อปกป้องร่างกาย ทำให้สารเคมีกำจัดแมลง สารชีวภัณฑ์ หรือ แม้แต่น้ำมันสมุนไพร สามารถซึมผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนัง และ ทำลายระบบภายในร่างกายของมันได้ง่ายที่สุด โดยใช้ปริมาณสารเคมี หรือ ความเข้มข้นที่ต่ำกว่าปกติ
  • ยังไม่มีพฤติกรรมการดื้อยา: ตัวอ่อนเพิ่งเกิดใหม่ยังไม่มีการสะสมเอนไซม์ในการทำลายพิษยา (เช่น เอนไซม์ Cytochrome P450 หรือ Esterases) เหมือนในตัวเต็มวัย ทำให้ไวต่อสารกำจัดแมลงสูงมาก

ช่วงที่ 2: ระยะก่อนดักแด้ และ ดักแด้ "จุดอ่อนเชิงตำแหน่ง และ พฤติกรรม"

แม้ว่าในระยะดักแด้เพลี้ยไฟจะไม่กินอาหาร ทำให้สารเคมีประเภทกินแล้วตาย ใช้ไม่ได้ผล และ การซ่อนตัวใต้ดินทำให้สารพ่นทางใบ เข้าไม่ถึง แต่ในมุมกลับกัน นี่คือช่วงที่เพลี้ยไฟไร้ทางสู้ และ เคลื่อนไหวไม่ได้ มันจึงกลายเป็นเป้าหมายที่นิ่งสนิท หากเราเปลี่ยนวิธีกำจัดจาก "บนใบ" ลงสู่ "พื้นดิน"

  • ตำแหน่งที่ชัดเจน: เรารู้แน่นอนว่าพวกมันต้องร่วงลงมาอยู่ที่บริเวณ "ทรงพุ่มโคนต้น" ซึ่งเป็นจุดที่ใบพืชปกคลุม และ มีเศษซากพืชทับถมอยู่

หากพิจารณาจากวงจรชีวิต ระยะตัวอ่อนวัยที่ 1 และ วัยที่ 2 ถือเป็นช่วงที่กำจัดได้ง่าย และ มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นการเลือกใช้ยาฆ่าเพลี้ยไฟ ที่เหมาะสมจะยิ่งช่วยให้การกำจัดมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากสนใจผลิตภัณฑ์ยาที่มีคุณภาพเราขอแนะนำ บริษัท เคมแฟค จำกัด ซึ่งมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เคมีเกษตร และ ยากำจัดวัชพืช อาทิ ยาป้องกัน หรือ กำจัดเชื้อโรคต่างๆในพืช เช่น ทุเรียนใบไหม้ โรคแคงเกอร์ อีกทั้งยังมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเพลี้ย ยาฆ่าหนอนกระทู้ข้าวโพด ยาคุมหญ้าในนาข้าว ยาฆ่าหญ้า และ ยาฆ่าหญ้าในนาข้าว ที่มีคุณภาพที่ผ่านมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO/IEC 17025 รายแรกของไทย จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เคมีของเราสามารถป้องกันกำจัดแมลง โรคพืช วัชพืช ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

 

ติดต่อสอบถาม
บริษัท เคมแฟค จำกัด
990 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 2
ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10280
โทร. 02-709-2597-8 แฟกซ์: 02-709-6784

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้